BATTERY KNOWLADGE

รถสตาร์ทไม่ติด เกิดจาก สาเหตุอะไรบ้าง

รถสตาร์ทไม่ติด เกิดจาก สาเหตุอะไรบ้าง
รถสตาร์ทไม่ติด

          รถสตาร์ทไม่ติด เกิดจาก สาเหตุอะไรได้บ้าง ในกรณีที่มีปัญหารถสตาร์ทไม่ติด ถ้าเป็นรถรุ่นเก่าสมัยใช้คาร์บูเรเตอร์เป็นตัวจ่ายเชื้อเพลิง ส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้เป็นเรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิงก็จะเป็นเรื่องของระบบไฟจุดระเบิดเท่านั้นเอง แต่ปัจจุบันรถสมัยใหม่ที่ใช้ระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวจ่ายเชื้อเพลิง จะมีเรื่องระบบไฟฟ้าต่างๆ, เซ็นเซอร์ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยด้วยเช่นกัน

สาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้ รถสตาร์ทไม่ติด

          1. แบตเตอรี่เสื่อม หากแบตเตอรี่รถยนต์ของคุณมีการใช้งานมามากกว่า 2 ปี ก็เป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่เสื่อมคือสาเหตุหลักที่ทำให้รถยนต์ของคุณสตาร์ทไม่ติด เนื่องจากแบตเตอรี่ที่อายุการใช้งานมานานย่อมเสื่อมไปตามกาลเวลา เนื่องจากตัวแบตเตอรี่เก็บประจุไฟฟ้าได้ในระยะเวลาสั้นๆ และแบตหมดไวขึ้น ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะพบได้ในกรณีที่รถสตาร์ทติดยากหรือสตาร์ทไม่ติดในตอนเช้า หรือบางครั้งสตาร์ทติดในตอนเช้า แต่เมื่อจอดรถระหว่างวันกลับมีอาการสตาร์ทติดยากเนื่องจากอาการเสื่อมของแบตเตอรี่มีหลายระดับไม่เท่ากัน ทำให้ในบางกรณีที่จอดรถทิ้งไว้เกิน 8 ชม. รถก็มีอาการสตาร์ทไม่ติดหรือสตาร์ทติดยาก หรือในบางครั้งแค่จอดรถดับเครื่องไว้แค่ 2-3 ชม.ก็สตาร์ทรถไม่ติดเลยก็มี

          2. ไดชาร์ทเสื่อม หากคุณดำเนินการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ใหม่แล้ว แต่รถของคุณยังมีอาการสตาร์ทติดยาก หรือยังมีอาการสตาร์ทไม่ติดอยู่ ก็ชัดเลยว่าไดชาร์จของของคุณอาจจะมีปัญหา หรือหมดอายุการใช้งาน และการที่ไดชาร์จเสื่อมก็ส่งผลให้รถยนต์สตาร์ทไม่ติดได้เช่นกัน วิธีเช็คไดชาร์จเสื่อมคือ เราแนะนำให้ลองสตาร์ทรถทิ้งไว้ซักพัก จากนั้นให้ถอดขั้วแบตเตอรี่ออกหนึ่งข้าง หากรถมีอาการไฟตก รถกระตุกหรือรถดับ แสดงว่าไดชาร์จรถเสื่อมอย่างแน่นอน

          3. มอเตอร์สตาร์ทมีปัญหา หากรถยนต์ของคุณเกิดอาการดับสนิท สตาร์ทไม่ติดเลย แม้ว่าจะลองพ่วงแบตเตอรี่กับรถยนต์คันอื่นหรือเปลี่ยนแบตแล้วอาการสตาร์ทไม่ติดก็ไม่หาย เราแนะนำให้คุณลองเช็คที่แผงหน้าปัดไฟดูก่อน หากหน้าปัดไฟติด แต่สตาร์ทรถไม่ได้หรือมีเสียงแชะๆ ก็คิดได้เลยว่า มอเตอร์รถยนต์มีปัญหาซึ่งสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้มอเตอร์รถยนต์มีปัญหา คือ ฟิวส์มอเตอร์สตาร์ทขาด, สายไฟที่ต่อไปยังสตาร์ทมอเตอร์อาจขาดหรือหลุดออกจากจุดต่อ, แปรงถ่านที่อยู่ในมอเตอร์สตาร์ทหมด เป็นต้น

          4. ระบบไฟฟ้าในรถมีปัญหา อาการรถสตาร์ทไม่ติดจากสาเหตุระบบไฟฟ้ามีปัญหาอาจจะเกิดได้ในกรณีที่มีการ จอดรถทิ้งไว้นานๆ จนหนูเข้ามากัดสายไฟขาด หรือ มีสาเหตุมาจากการที่คุณเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถทิ้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดไฟหน้า ไฟในรถ หรือไฟในส่วนอื่นๆก็ส่งผลให้ระบบไฟฟ้ารถยนต์มีปัญหาได้ทั้งนั้น เนื่องจากการเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถยนต์ทิ้งไว้เป็นการทำให้เกิดการกินประจุไฟฟ้าแบบไม่รู้ตัว และพฤติกรรมแบบนี้จะส่งผลเสียต่อรถมากกว่าที่คิด และหากกำลังสงสัยว่าระบบไฟฟ้ารถมีปัญหาหรือไม่ เราแนะนำให้ลองสตาร์ทรถและตรวจเช็คไฟที่หน้าปัดแผงวงจรดูก่อน หากสตาร์ทแล้วไม่มีปฏิกิริยาใดๆเกิดขึ้นก็แสดงว่าระบบไฟฟ้ารถยนต์อาจจะมีปัญหา

การแก้ไขเมื่อรถสตาร์ทไม่ติด

          สำหรับรถที่ตรวจสอบดูแล้วมั่นใจว่าแบตเตอรี่หมดหรือเสื่อม สามารถแก้ไขได้ด้วยการ “พ่วงแบต” กับรถคันอื่น เมื่อพ่วงแบตแล้วพบว่ารถกลับมาสตาร์ทติดสามารถกลับมาใช้งานได้ก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว สำหรับแบตเตอรี่นั่นถึงแม้จะพ่วงแล้วใช้งานรถได้ตามปกติ แต่แบตเตอรี่มีอายุการใช้งาน 2 ปี ถ้าพบว่าเกินเวลาอายุการใช้งานแล้ว แนะนำให้เปลี่ยนแบตลูกใหม่ เพราะการใช้งานแบตเตอรี่เสื่อมเป็นเวลานานๆ จะทำให้ปัญหาการสตาร์ทไม่ติดเกิดขึ้นบ่อย แต่ถ้าพ่วงแบตแล้วรถยังสตาร์ทไม่ติด ก็อาจจะเกิดจากอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องหรือระบบไฟฟ้ามีปัญหา เมื่อไม่สามารถขับรถไปยังศูนย์บริการได้ ก็สามารถโทรเรียกช่างซ่อมหรือเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการมาตรวจเช็คที่บ้านได้